
Hosted by Pisut Chasupakul · TH

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1330/1335 จุด รับ 1320/1315 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐปรับลง จากการขายทำกำไรรายกลุ่มรายตัวจากปัจจัยเฉพาะตัว อาทิ ธนาคาร หลังเก็งกำไรโอกาสชนะเลือกตั้ง Trump Domino Pizza กำไรต่ำกว่าคาด รวมถึงเรามองอีกส่วนจากความผันผวนก่อนการเลือกตั้งใหญ่สหรัฐฯเองด้วย ทำให้จิตวิทยาต่างประเทศดูเป็นลบอ่อนๆ แต่เรามองจากความไม่แน่นอนจากฝั่งสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสทำให้ Fund Flow หมุนเม็ดเงินมาฝั่ง Asia โดยฝั่งไทยเริ่มเห็นความต่อเนื่อง คือ ต่างชาติซื้อหุ้นไทยและ Net Long TFEX ติดกัน 2 วันทำการ สะท้อนความเชื่อมั่นหลังจาก IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขณะที่ตลาดหุ้นยัง Underperform โลก YTD -6.5% และใกล้มีเม็ดเงินใหม่จากในประเทศเข้ามาหนุน หลัง กระทรวงการคลังเตรียมเสนอกองทุน ThaiESG เกณฑ์ใหม่เข้า ครม. สัปดาห์หน้า คาดเริ่มเสนอขายได้นับจาก ส.ค. 24 มองเม็ดเงินใหม่เดือนละ 5-6 พันล้านบาท ทำให้มอง SET Sideways to Sideways/Up หุ้นเด่น คือ หุ้น Big Cap ในดัชนี SETESG ที่มีพื้นฐานแกร่งระยะนี้ และหุ้นคาดรายงานกำไร 2Q24F สดใส วันนี้แนะ CPAXT, OSP, GFPT

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1328/1330 จุด รับ 1315/1310 จุด ดัชนี DJIA ทำ All Time High ได้ต่อ จากความเชื่อมั่นวงจรดอกเบี้ยขาลง บ่งชี้ US Bond Yield 10ปี 4.15% ต่ำสุดใน 4 เดือน แต่ภาพ Sector Rotation จากกลุ่ม Tech มายังกลุ่มหุ้นวัฏจักรเร่งขึ้น กลุ่ม Tech เผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังคุณ Biden และคุณ Trump ผู้สมัครเลือกตั้งกล่าวถึงแนวทางกีดกันการเข้าถึงชิปสหรัฐ แม้จะกดดันกลุ่มชิ้นส่วนด้วย แต่หากมองดัชนี SETETRON YTD ที่ปรับขึ้น +6.9% vs NASDAQ +20% เชื่อความผันผวนจะต่ำกว่า ขณะที่ SET เริ่มมีสัญญาณ Flow ทางบวกสอดคล้องภาพ Rotation วานนี้ต่างชาติซื้อทั้งหุ้นและพันธบัตร ผสาน Net Long TFEX ภายในเป็นบวกอ่อนๆ งบประมาณส่วนเพิ่มปี 2024 ผ่านพิจารณาวาระที่ 1 จะรองรับ Digital Wallet ช่วยเปิด Upside GDP เพิ่ม ประเมินหุ้นเด่นวันนี้ คือ หุ้นพลังงาน (น้ำมัน +2%) โรงไฟฟ้า (ก๊าซสหรัฐฯลงเร่ง -7%) ค้าปลีก (Digital Wallet คืบหน้า) สื่อสาร (งบ 2Q24F เด่น) ร.พ. (ฤดูกาล) กลุ่มนิคม และท่องเที่ยวที่คาดฟื้นจากประเด็นนักท่องเที่ยวเวียดนาม 6 คนเสียชีวิตคลี่คลายได้เร็ว วันนี้แนะ GULF, CPALL, WHA

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Up” ต้าน 1330/1341 จุด รับ 1315/1310 จุด ดัชนี DJIA +1.85% ทำ All time High Russell 2000 (Mid-Small Cap) +3.5% สะท้อนภาวะการณ์ Search for Yield เดินหน้าในลักษณะ Sector Rotation หลังตลาดเชื่อมั่นวงจรดอกเบี้ยสหรัฐเดินหน้าสู่ขาลง มองจิตวิทยาบวกต่อ SET ที่ยัง Laggard ด้วยเช่นกัน YTD -6.7% ซึ่งวันนี้คาดมีปัจจัยหนุนชัดเจนขึ้น หลัง IMF นำปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 24-25 ขึ้นสู่ 2.9% และ 3.1% (เดิม 2.7% และ 2.9%) โดยยังมอง GDP โลกปี 2024 คงที่ 3.2% ปรับเพิ่มจีนขึ้น +0.4% ,ยุโรปขึ้น +0.1% กลุ่มที่ลง คือ สหรัฐฯ -0.1% และซาอุ -0.9% บ่งชี้ภาพความเสี่ยงต่อราคาน้ำมัน ทิศทางดังกล่าวจะหนุนไทยในภาพเศรษฐกิจและในฐานะ Net Import น้ำมัน ผสาน การประกาศดีลใหญ่ GULF+INTUCH ควบรวมเป็นบริษัทใหม่ (NewCo) จะขึ้นมาเป็นบริษัทครบเครื่องโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า+สื่อสาร+ดิจิทัล มีศักยภาพต่อยอดมาก โดยรวมจะหนุนหุ้นในกลุ่มตอบรับทางบวก (GULF, INTUCH, ADVANC, THCOM) มอง SET ฟื้นตัว หุ้นนำ คือ กลุ่ม Yield ผ่านพีคหนุน หุ้นในกลุ่ม GULF และกลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์ทางอ้อม แนะ GULF, GPSC, BGRIM เด่น

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “ฟื้นตัว” ต้าน 1332/1340 จุด รับ 1323/1320 จุด ดัชนี DJIA ขึ้นทำ All time high หุ้นอิงนโยบายคุณ Trump ที่ตลาดมองภาพโอกาสชนะเลือกตั้งเพิ่มขึ้นนำตลาด อาทิ พลังงาน หุ้นอิงกระแสคริปโต อีกด้านบวก คือ ความเห็นประธาน Fed ที่ล่าสุดออกมา Dovish ส่งสัญญาณดอกเบี้ยสามารถลดลงก่อนที่เงินเฟ้อจะลงสู่เป้าหมายที่ 2% ได้ ขณะที่ยังมองเศรษฐกิจสหรัฐ Soft Landing ขณะที่เราเห็นภาพ Flow Switching จากกลุ่ม Outperform มายังดัชนี Russell 2000 (หุ้น Mid small Cap) +1.8% ปัจจัยต่างประเทศเรามองเป็นบวก ส่วนภายในดัชนีวานนี้น่าจะสะท้อนกรณี EA แล้ว มองเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวตามภาพพื้นฐานภายในที่กำลังพัฒนาหลายด้าน นำโดยภาคท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นได้ดี นักท่องเที่ยว ก.ค. 24 คึกคักใกล้ช่วงช่วงฤดูกาล 1Q24 โดยที่มาตรการ ฟรี วีซ่ายังไม่มีผลเต็มที่ การกระตุ้นกำลังซื้อผ่าน Digital Wallet จะเริ่มกลไกนับจาก 1 ส.ค. รวมถึงการทยอยผลักดันมาตรการแก้หนี้รัฐฯ มอง SET วันนี้ฟื้นตัว หุ้นเด่น หุ้นอิงภาคบริการ (ท่องเที่ยว ค้าปลีก) , กลุ่ม Yield พีคหนุน (โรงไฟฟ้า สื่อสาร ชิ้นส่วน เช่าซื้อ) แนะ CPAXT, GULF, BBIK เด่น

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “ผันผวน” ต้าน 1340/1345 จุด รับ 1320/1315 จุด ดัชนี S&P500 วันศุกร์ปิด +0.55% หุ้นเทคฯนำ ตอบรับ US Bond Yield ที่ชะลอลต่อเนื่อง ขณะที่สุดสัปดาห์เกิดเหตุลอบสังหารคุณ Trump ผู้สมัคร ปธน. จากพรรครีพับริกัน เป็นจิตวิทยาลบต่อการลงทุนระยะสั้น แต่ผลต่อเศรษฐกิจหลักจำกัด สะท้อนจาก Dow Jones Futures เช้านี้เป็นภาพเพียงลดช่วงบวกลงเหลือบางๆ ส่วนภายใน กรณี ก.ล.ต.กล่าวโทษผู้บริหาร EA กระทบความเชื่อมั่นการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดบริษัทมีการปรับโครงสร้างบริหารใหม่ทันที และมีแถลงการณ์วันนี้ ระยะสั้นเป็นลบต่อกลุ่มธนาคาร (EA มีหนี้สินกับสถาบันการเงิน 3.1 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ EA มีหุ้นกู้ 3.2 หมื่นล้านบาท กำหนดชำระระยะสั้น 1.5 และ 4.0 พันล้านบาท ส.ค. และ ก.ย. ซึ่งระยะสั้นก้อนแรก EA ยังมีเงินสดในมือ 2.9 พันล้านบาท ขณะที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษ EA 3.4 พันล้านบาท น่าจะกระทบน้อยกว่ากรณี STARK ตกแต่งบัญชี 2.1 หมื่นล้านบาท และมูลค่าสินทรัพย์ EA และ STARK ที่ 1.12 แสนล้านบาท และ 4.7 หมื่นล้านบาท ทำให้ผลกระทบจำกัดกว่ากรณีแรก ระยะสั้น SET ผันผวน น่าจะสร้างโอกาสต่อหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้ เน้นกลุ่ม Peaking Yield หนุน(โรงไฟฟ้า, สื่อสาร, ชิ้นส่วนฯ) แนะ ADVANC, GULF, KCE เด่น

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1335/1340 จุด รับ 1320/1315 จุด ดัชนี S&P500 ปรับลง -0.88% แม้เงินเฟ้อ CPI สหรัฐวานนี้ออกมาต่ำกว่าตลาด Core CPI +3.3%y-y, +0.1%m-m องค์ประกอบที่มีความหนืดสูง อาทิ ภาคบริการ ที่อยู่อาศัยชะลอ ถ่วง US Bond Yield 10ปี -8 bps สู่ 4.2% ต่ำสุดใน 1 เดือน ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ลงมาการขายทำกำไรในกลุ่มเทคโนโลยีที่ Outperform ระยะสั้นไปลงทุนกลุ่มที่ยัง Laggard อาทิ กลุ่มอสังหา, กลุ่มสาธารณูปโภค,หุ้นขนาดกลาง-เล็ก (ดัชนี Russell 2000 +3.6%) รวมถึง ETF ไทย ที่ +0.77% ทั้งนี้ ภาพสลับจากลุ่มที่ Outperform มายังหุ้น Laggard เป็นภาพ Search for Yield ชัดเจนขึ้น ซึ่งเรามอง SET มีโอกาสเป็นเป้าหมาย ในฐานะที่ปี 2024 ยัง Underperform โลก -6.1% ขณะที่ Equity Risk Premium ทั้ง Current และ Forward ใกล้เคียง + 1 S.D. ที่ 4.06% vs ตลาดหุ้นหลักของโลก อาทิ สหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย < Avg. ผสาน เงินบาทแข็งค่าสู่ 36 บาท มอง SET ฟื้นต่อ หุ้นนำ ยังมองกลุ่มที่ได้ประโยชน์ Yield พีค ในฝั่งที่ยัง Laggard อาทิ โรงไฟฟ้า อสังหา เช่าซื้อ รวมถึงกลุ่มอิงภายในฝั่งภาคบริการ วันนี้แนะ GULF, CPALL, CPAXT

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Up” ต้าน 1335/1340 จุด รับ 1316/1312 จุด ดัชนี S&P500 ทำ All time high ทะลุ 5600 จุด กลุ่มเทคฯนำดัชนี หลัง TSMC รายงานยอดขาย 2Q24 ดีกว่าคาด ผสานราคาน้ำมัน WTI +0.85% จากแรงหนุน OPEC ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกและน้ำมัน ผสาน Stock น้ำมันดิบสหรัฐฯลดกว่าคาด บวกต่อ SET ที่มีสัดส่วนหุ้นพลังงานต้นน้ำ (10-11% มูลค่าตลาด) ส่วนวันนี้ติดตามรายงานเงินเฟ้อ มิ.ย. 24 สหรัฐ ตลาดคาดที่ระดับ Core CPI +3.4%y-y +0.2%m-m เท่า prev. ขณะที่ Top Rank Economists คาดต่ำกว่านั้นเล็กๆ อาจมี Positive Surprise หนุนวงจรนโยบายการเงินผ่อนคลายของสหรัฐฯใกล้เข้ามา ส่วนภายในการเร่งนโยบายการคลัง เป็นหนุนหลัก ทั้ง Digital Wallet มีข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว แม้เม็ดเงินรวมลดลงเหลือ 4.5แสนล้านบาท แต่จะผลักดันได้ไว + กระทบวินัยการคลังน้อยลง อีกทั้ง Long Term Fund ภายใน ใกล้เข้ามาหนุนตลาด ThaiESG เข้า ครม. 16 ก.ค., วายุภักษ์(ต.ค. 2024) หนุน SET ขึ้นต่อ แนะนำ Big Cap ในกลุ่มได้ประโยชน์ Yield ลดลง (โรงไฟฟ้า ชิ้นส่วนฯ เช่าซื้อ หนี้สูง High Growth) วันนี้แนะ GULF, DELTA, HANA

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1325/1330 จุด รับ 1313/1310 จุด ดัชนี S&P500 บวกแคบๆ +0.07% ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อ หุ้น Tech นำตลาด ด้วยจิตวิทยาบวกถ้อยแถลงประธาน Fed ต่อสภาส่งสัญญาณ Dovish โดยมองการใช้ดอกเบี้ยสูงนานเกินไปอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจได้ หนุน 70% (ปลายสัปดาห์ก่อน 63%) ผลสำรวจ CME คาด Fed เริ่มปรับลดดอกเบี้ย ก.ย. 24 และปรับในปี 2024 ที่ 2 ครั้ง(vs Dot Plot คาด 1 ครั้ง) มองปัจจัยต่างประเทศบวกอ่อนๆ ส่วนภายในภาวะ Risk-on ดูชัดขึ้นจากทั้ง TH Bond Yield 10ปีปรับลงสู่ 2.65% CDS ไทย 5ปี (ค่าประกันความเสี่ยง) ต่ำสุดตั้งแต่ เม.ย. 22 ก่อนรอติดตามกรณีศาลพิจารณากรณีคุณสมบัตินายกคุณเศรษฐา ขณะที่ด้านพัฒนาการเศรษฐกิจชัดขึ้นในฝั่งท่องเที่ยวสัปดาห์แรก ก.ค. ผลบวกมาตรการฟรี วีซ่า นักท่องเที่ยว Avg ต่อวันพุ่งสูง 1.0 แสนคนใกล้ค่าเฉลี่ยช่วงฤดูกาล 1Q24 มองหุ้นนำ กลุ่ม Peak ผ่านพีค (โรงไฟฟ้า ลุ้นขึ้นค่าไฟ, ชิ้นส่วนจากยอดส่งออกไต้หวันเร่ง, หนี้สูง) กลุ่ม Domestic (ค้าปลีก สื่อสาร ท่องเที่ยว) วันนี้แนะ AOT, GPSC, BGRIM

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “Sideways/Up” ต้าน 1330/1335 จุด รับ 1315/1311 จุด ดัชนี S&P500 ยังแกว่งเล็กๆ +0.1% ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ต่อ โมเมนตัมหนุนยังมาจากหุ้นเทคโนโลยีแรงหนุนความคาดหวังต่อดอกเบี้ยขาลง ระหว่างรอปัจจัยใหม่ อาทิ การแถลงต่อสภาของคุณ Powell 9-10 ก.ค. และเงินเฟ้อ CPI 11 ก.ค. มองปัจจัยต่างประเทศเป็นกลาง ส่วนภายในเป็นบวก โดยเฉพาะ Upside ต่อ GDP และกำไรหุ้น Domestic ในกลุ่มค้าปลีก เครื่องดื่ม ธนาคาร จากโครงการ Digital Wallet เริ่มมีกรอบเวลาชัดเจน นายกเตรียมแถลง 24 ก.ค. 30 ก.ค. เสนอ ครม. ขณะที่การ Cover Short วานนี้เริ่มเห็นภาพเร่งหุ้นที่มีสถานะ Short ทั้งหมด 403 บริษัท แทบทั้งหมดเป็นภาพ Short น้อยลง/เท่าเดิม เป็นกลุ่มที่ Short ลดลงเพิ่มสู่ 204 บริษัท (prev. 80 บริษัท) กลุ่มที่ Short เท่าเดิม 179 บริษัท (prev. 261 บริษัท) สะท้อนมุมมองเชิงบวกตลาด ทำให้ยังเชื่อว่าจะหนุน SET แกว่งขึ้นได้ต่อ มองหุ้นนำกลุ่ม Domestic ค้าปลีก ท่องเที่ยว กลุ่มจิตวิทยา Yield หนุน (โรงไฟฟ้า ชิ้นส่วน เช่าซื้อ) กลุ่มเกษตร (ราคาข้าวโพดต่ำสุดใน 4ปี +ข้าวสาลี ต่ำสุดใน 2 เดือน) วันนี้แนะ CPALL, CPAXT, DELTA

🌅KSS Daily Strategy : คาด SET วันนี้ “UP” ต้าน 1325/1330 จุด รับ 1305/1300 จุด ดัชนี S&P500 New High ต่อเนื่อง จากภาวะ US Soft Landing หนุนหุ้น Growth จากภาพ US Bond Yield อายุ 10 ปี -9 bps สู่ 4.28%(ต่ำ 4.3% สะท้อน Downtrend ระยะสั้นถึงกลาง) ตามภาคแรงงานสหรัฐที่ชะลอลง การจ้างงานนอกภาคเกษตร ยังสมดุล แม้สูงกว่าคาดเล็กๆที่ 2.06 แสนตำแหน่ง แต่อัตราว่างงานเพิ่มสู่ 4.1% จาก prev. 4.0%(Sahm Rule 0.43 ใกล้ 0.5 เพิ่มความเสี่ยงระยะกลาง) แต่ระยะสั้นตลาดให้น้ำหนักวงจรดอกเบี้ยขาลงปีนี้ที่ 2 ครั้งเพิ่มขึ้น และเริ่มปรับตั้งแต่ ก.ย. 24 หนุนภาวะ Search for Yield ขณะที่ SET ยังแกว่งที่ระดับ Equity Risk Premium Current และ Forward ERP ที่ 3.74% และ 4.2% เป็น Value Zone น่าจะหนุนการฟื้นตัวได้ ส่วน Upside ตลาดไทย 1) Digital Wallet ใกล้ชัดเจนปลาย ก.ค. (BOT คาดบวกเพิ่ม 0.6% GDP) 2) นักท่องเที่ยว 1-5 ก.ค. ขยับสู่ 92.4% ของ Pre-COVID จาก 1H24 ที่ 88.4% หลังมาตรการ ฟรีวีซ่ามีผล และ 3) TH Bond Yield ลงต่อเนื่องรับเงินเฟ้อต่ำ กลยุทธ์เน้นกลุ่ม Yield ลดลง, กลุ่ม Domestic (ค้าปลีก ท่องเที่ยว) วันนี้แนะ GULF, CPALL, BANPU เด่น