
Hosted by เพื่อนปรึกษา · TH

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ผู้คนมักจะตัดสินจากพื้นฐานว่าคุณยืนอยู่ตรงจุดไหน ไม่ใช่ว่าคุณมาจากที่ใด อย่านำความเห็นเพียงความเห็นเดียวหยุดยั้งคุณจากการทดลอง จะทำให้เรียบเนียนหรือว่าจะใช้มันเป็นเชื้อเพลิง จงโฟกัสกับการพัฒนาตนเอง บางคนแค่บอกว่าคุณจะเป็นอะไรในตอนนี้ แต่ไม่ได้บอกเลยว่าคุณจะเป็นคนอย่างไรในสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุด" - เมื่อเราทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีเยี่ยม แต่ไม่ดีเท่าที่คนนั้นปรารถนา สิ่งนั้นก็สูญเปล่าอยู่ดี - ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องมาตรวัดทางสังคมมาก เพราะชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของใคร - การกระทำเป็นตัวกำหนดชีวิตได้ดีที่สุด ชีวิตที่เรียบง่าย บางทีคือชีวิตที่น่าจดจำมากที่สุด - บางครั้งเราอาจจะหลงลืมไปว่า เราสามารถไปได้ไกลจากที่ผ่านมา ชีวิตคือคำถามที่ต้องหาคำตอบ - ไม่มีอะไรที่เราต้องทำไปมากกว่า การเข้าใจความจริงว่าเราเป็นคนกำหนดชะตาชีวิต และเลือกสรรได้ด้วยตัวเอง

หนังสือ Love Never Fails ไม่มีความรักครั้งไหน ที่สูญเปล่า ของ สีตลา ชาญวิเศษ - ความรักคืออะไร เป็นคำถามที่ทุกเพศทุกวัยสงสัยใคร่รู้ - บริบทของเรามักจะแตกต่างกับผู้อื่นเสมอ นั่นจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายมากที่สุด - ถ้าโสดก็ต้องรับมือแบบโสดให้ได้ อยู่แบบเหงา ๆ อย่างมีสติให้เป็นแค่นั้น - ถ้าเรามีคู่ก็ต้องรับมือแบบคนมีคู่ให้ได้ มันอยู่ที่ช่วงเวลาที่เราโสดว่าเรารับมืออย่างไรด้วย - ทั้งนี้ การจะมีคู่หรืออยู่เดี่ยวไม่สำคัญ สำคัญที่เรารู้จักตัวเองแค่ไหนในการอยู่กับปัจจุบัน

มีคนมาปรึกษาว่า เรื่องมีอยู่ว่าเรารู้จักกับพี่คนนึง ค่อนข้างสนิท เขามาขอให้เราช่วยเซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ภรรยาเขา ซึ่งเราก็พอรู้จักอยู่เห็นหน้าค่าตากันบ้าง ด้วยความที่เราก็เกรงใจแล้วพี่เขาก็ดีกับเรามาก ๆ เสมอมา ยกเว้นแต่เรื่องเงินที่ไม่เคยหรือหยิบยืมเงินอะไรกันเลย ด้วยความใจดีและไว้ใจเราก็เลยรับปากไป แต่พอมาทบทวน ปรึกษาคนที่เราไว้ใจเราก็เริ่มไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องเป็นเราที่เซ็น แล้วคนรอบ ๆ ตัวเขาล่ะ แล้วเราก็รับปากเขาง่ายเกินไป ไม่คิดทบทวนให้ดีก่อน เราควรทำยังไงดีคะ ถ้าจะเซ็นเราก็ไม่ค่อยสบายใจแล้ว ถ้าจะไม่เซ็นเราก็จะเสียคำพูด ไม่สบายใจเท่าไร แต่ถ้าปฏิเสธก็ไม่รู้จะว่ายังไงดี กลัวกระทบความสัมพันธ์ไปหมด - การที่มีคนที่ดีกับเราตลอดทั้งชีวิต จู่ ๆ เขามีปัญหามา มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วย - แต่ว่าเราจะต้องถามให้ได้มากที่สุดว่า ปัญหาที่อีกฝ่ายเจอมันคืออะไร ค่อย ๆ แก้ปัญหาทางการเงินไปด้วยกัน - อย่ายื่นมือเข้าไปช่วยเร็วเกินไป ขอเวลาคิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์หรือว่า 1 เดือนก็ยังดี คนเราให้ยืมเงินหรือเซ็นค้ำประกันมีค่าเท่ากัน - หนี้ที่ใหญ่มาก เราอาจจะช่วยไม่ไหว สมมุติคนที่เขากู้มีเครดิตดี ไม่ติดเครดิตบูโร ก็อาจจะลองสอบทานดูก่อนว่าถ้าเขาล้ม เราจะลุกขึ้นไหวไหม - เรื่องการเงินไม่เข้าใครออกใคร จงแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ที่ดี กับเรื่องการเงินส่วนบุคคลออกจากกัน เพราะเรื่องเงินมันคือของส่วนตัวไม่ใช่ส่วนรวม

ข้อความโพสต์จาก Mark Minervini ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การทำให้มันใหญ่ คุณต้องตรงเวลา เทรดแบบเน้นย้ำ ในท้ายที่สุดคุณจำเป็นจะต้องจัดการความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด อย่าถัวสินทรัพย์ใดก็ตามตอนขาลงอย่างเด็ดขาด คุณจะขาดทุนอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขนาดตอนจังหวะที่ไม่ใช่ มันจะทำให้ทุกอย่างพังทลายลง มันคือคณิตศาสตร์ ลองย้อนกลับไปดูผู้คนราว ๆ 40 ปีของการเทรดที่ประสบความสำเร็จดู ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยล้วนมีความโชคดีได้ แต่คุณไม่สามารถจะเทรดอย่างประสบความสำเร็จอันยาวนานได้เลย หรือคุณแค่จะสร้างมันได้อย่างไม่สม่ำเสมอ และด้อยค่าลงไปเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำไป" - ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับทิศทางลมของเราเสมอ - นั่นแปลว่า หากว่าเรากำลังสวนกระแส หรือสวนแนวโน้มมันจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา - วิชาชีวิตจะสอนเราว่า เวลาเปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยน สมัยก่อนเงินมีค่าอย่างมากแต่ปัจจุบันเงินคือหนี้ - หนี้ของเงินก็คือการไม่ทำอะไรเลยต่อเงินนั้น ก็คือการทำให้เงินมันสูญค่าไปโดยใช่เหตุ เหมือนกับการเทรดสวนทางนั่นเอง - สังเกตว่าตัวเราเองนี้สามารถที่จะต้องทำอะไรให้ตรงกับจังหวะให้มากที่สุด ท่องไว้เลยจังหวะ จังหวะ และจังหวะ เป็นแม่บทของทุกสรรพสิ่ง

หนังสือ The 5 Apology Languages: The Secret to Healthy Relationships ของ Gary Chapman and Jennifer Thomas - ภาษาการขอโทษนั้นมีทั้งหมด 5 ภาษานั้นคือ 1. แสดงออกว่าเสียใจ 2. ยอมรับและนำไปปฏิบัติใช้ 3. สร้างการชดเชย 4. วางแผนว่าจะเปลี่ยนแปลง และ 5. เรียกร้องให้อภัย - มันเหมือนการที่เราแสดงออกว่า เราอยากขอโทษด้วยวิถีทางใด แต่ทุกวิถีทางล้วนแต่มีประโยชน์ด้วยกันทั้งหมด - สังเกตภาษาของตัวเองให้ดีว่า เรามักจะขอโทษยังไงส่วนตัวคิดว่าคนส่วนใหญ่ มักจะเรียกร้องให้อภัย เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายโกรธนาน - ลองกลับไปทบทวนภาษารัก เราจะได้เข้าใจว่าแต่ละคนแสดงออกความรักต่างกัน มันไม่ใช่ว่าไม่รัก แต่ยังไงก็ต้องสอบทานให้ดี - ฝึกฝนการแสดงออกการขอโทษให้ตรงจริตกับคู่รัก หรือคนที่เรารักเพื่อให้เรามีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลที่ยอดเยี่ยม

มีคนมาปรึกษาว่า หนักใจมากค่ะ เลยอยากมาปรึกษาเรื่องเรากับแฟน และเรื่องเพศสัมพันธ์ค่ะ เรากับแฟนคบกันมาได้จะ 1 ปีแล้ว ซึ่งเราคบกันมาแรก ๆ ก็ดีทุกอย่าง สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับแฟนเราเขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องบนเตียงที่สุด คนเก่าเขาให้เขาไม่ได้ค่ะ เลยทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เช่นมีคนอื่น และความไม่เข้ากันในอีกหลายเรื่อง ทำให้เขาเลิกกันไปค่ะ พอมาเจอเราซึ่งมีอะไรที่เข้ากันได้ดีแบบที่เขาตามหา แรก ๆ มันก็ไปได้ดีค่ะ เรามีอะไรกันบ่อยอยู่ด้วยกันแต่ยังไม่ได้คบหากัน จนกระทั่งเราเริ่มเปลี่ยนงาน มันทำให้เราไม่มีเวลาให้เขามากเท่าไหร่ บวกกับเวลางานเราก็เปลี่ยนด้วยเลยไม่ได้มีอะไรกันเหมือนเดิม ก็เลยทำให้มีเรื่องทะเลาะกันจนเราเครียดและไม่อยากทำกิจกรรมอีก มันเลยทำให้ไม่ได้รู้สึกดีด้วย พอเปิดใจคุยกันมันก็ยังมีความรู้สึกแย่อีก คำถามก็คือเราจะแก้ไขยังไงดี หรือมันคือเรื่องปกติ เราผิดไหมที่เราง่วง ทำไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน อยากรู้ว่าปัญหานี้สำหรับคู่อื่นมองว่ายังไงคะ - ปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์ก็คือ แยกระหว่างเรื่องเซ็กซ์กับความรักไม่เป็น - แน่นอน ผู้ชายบางคนต้องมีความรักก่อนถึงมีเซ็กซ์ได้ แต่หลายคนไม่ได้เป็นแบบนั้น - ความผูกพันก็ย่อมเป็นส่วนถึงที่เข้ามาแทนที่ความคิดของเราได้ ถ้าหากว่าเราไม่ระวังใจตัวเอง - แฟนกันมันคือการสนทนาด้วยความเข้าใจ มันคือคนสองคนที่แบ่งปันวันที่สุขที่สุด และทุกข์ที่สุดร่วมกันได้ - หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเรากำลังพบเจอกับอะไร ก็เป็นเพียงเพราะไม่เคยเจอคนที่ดีพอในการเป็นต้นแบบของความสัมพันธ์

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คุณไม่จำเป็นต้องมีอะไรพิเศษเลย ที่จะทำสิ่งที่มีคุณค่าและการกระทำที่มีความหมายจริง" - คนเราไม่จำเป็นต้องมีอะไรเกินกว่าความธรรมดาที่ทำทุกวัน - เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา นั่นแหละคือคำตอบที่ดีที่สุด - จะเก่งหรือไม่เก่งไม่สำคัญ บางคนทำชีวิตให้มีคุณค่ามากกว่าที่เขามีศักยภาพอีก - โฟกัสที่การแก้ปัญหาที่เราพอทำได้ ค่อย ๆ เริ่ม ค่อย ๆ เป็น และค่อย ๆ ไป - ทุกสิ่งเริ่มต้นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น อย่าคิดการใหญ่ตอนที่ยังไม่เริ่มทำอะไรเลย แต่จงทำมันทุกวัน

หนังสือ My Money Journey: How 30 people found financial freedom - and you can too ของ Jonathan Clements - หนทางของการเงินของเรา มันแล้วแต่เรา ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร - ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเงินก็คือ เราไม่รู้ว่าเราควรจะจัดการกับเรื่องราวในชีวิตอย่างไรบ้าง - หลายคนอาจจะเริ่มต้นจากการออมเงิน ซึ่งมันแล้วแต่บริบทของตัวเราเองว่าเริ่มจากขั้นไหน - แต่ว่าทุกคนล้วนมีบทเรียนที่ใกล้เคียงกันก็คือ เมื่อการเงินมันหันหลังให้กับเรา เราก็ควรที่จะเรียนรู้จักคำว่าเงินสักหน่อย - ไม่ว่าเราจะมีรายได้มากแค่ไหน ก็ย่อมไม่สำคัญเท่ากับเราจะบริหารการเงินอย่างไร เพราะการจัดการการเงินเป็นทั้งหมดของอิสรภาพทางการเงิน

มีคนมาปรึกษาว่า คิดยังไงกับผู้ชายที่ให้เราหารค่าอาหารทุกครั้ง ตั้งแต่เดตแรกจนถึงปัจจุบัน เราแค่อยากให้เขาเลี้ยงเราบ้างผลัดกันเลี้ยงก็ยังดีค่ะ เราชอบเขานะคะแต่ไม่ประทับใจตรงนี้เลย - ปัญหาของการเดตส่วนใหญ่ก็คือ ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เอาเป็นว่าเอาที่ตรงกับใจเราแค่นั้น - ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ชอบก็คือชอบ แต่ไม่ชอบก็แค่แยกย้าย แต่ถ้าชอบไปแล้วยังไงก็ควรปรับเข้าหากัน - เรื่องของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว มันอยู่ที่ใครชอบใครมากกว่า คนที่ชอบน้อยกว่าจะเป็นต่อในทันที - เกมกับความสัมพันธ์คล้ายกันมาก เพราะว่าใครหมดใจก่อนก็รู้สึกสบายใจก่อน ใครยังรักก็อาจจะยังไม่ลืมอยู่อย่างนั้น - ไม่จำเป็นต้องคิดมากเรื่องการเดต การเดตคือการซ้อมรบ ยังไม่ใช่สนามรบจริง การคบหากัน หรือการคุยกันนั่นแหละของจริง

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "มังเกอร์ ใช้ชีวิตอย่างน่าทึ่ง โดยหลัก ๆ ก็คือเพราะเขาได้ทำสิ่งที่เขาปรารถนา และมักจะกล่าวเสมอว่า ความต้องการที่ปราศจากความกลัวจากผู้คนรอบตัวเขา แล้วก็กล่าวว่า ผมไม่ได้ต้องการความร่ำรวยใด ๆ ผมแค่ต้องการที่จะไม่ต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป" - ชีวิตที่น่าเป็นแบบอย่าง ก็คือชีวิตที่ใช้ชีวิตให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนรอบข้าง - ความเป็นอิสระต่อพันธะทางจิตใจ หรือสังคมนั้นคือจุดมุ่งหมายที่ล้ำค่าที่สุดแล้ว - ไม่มีปัญหาใดที่จะสำคัญไปกว่าการที่เราจะยอมรับว่า เราทำได้เพียงแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด - ชีวิตของคนที่มีค่าที่สุด อาจจะไม่ต้องทำอะไรมากมายก็ได้ แค่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ให้ได้พอ - โอกาสที่ดีไม่ได้เข้ามาเฉย ๆ แต่มันมาย้ำเตือนว่าเรามีโอกาสจะมีชีวิตที่ดีได้บ้างไหมมากกว่า