
Hosted by เพื่อนปรึกษา · TH

มีคนมาปรึกษาว่า คืออยากถามว่าอาการแบบนี้คืออาการอะไร คือแบบอยู่ดี ๆ เราก็เป็น ประมาณว่ารู้สึกเศร้าแต่ไม่รู้ว่าเศร้าอะไร แล้วก็อยากร้องไห้ เวลาระบายปัญหาก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจแต่รู้สึกกลัวอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร แล้วจู่ ๆ ก็ไม่ชอบเข้าสังคม แต่ก็ไม่ชอบอยู่คนเดียว แล้วก็อยู่ในที่แคบ ๆ แบบอยู่ในกล่อง เวลาอยู่ในบ้านพูดเก่งมากแต่พออยู่ข้างนอกพูดน้อยมาก - การตั้งคำถามต่อตนเองเป็นสิ่งที่นำไปซึ่งการรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น - พอเรารู้จักตัวเองอย่างสมบูรณ์เราจะรู้ว่า เป็นเพราะอะไรเราถึงทำแบบนั้นแบบนี้ - ไม่มีคำว่าผิดหรือถูกในชีวิตจริง ๆ มันมีแต่ทางที่เราเลือกเดิน เรารับผลในสิ่งที่เราเลือกได้ไหมแค่นั้น - คำว่า จู่ ๆ ไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างมันสะสมเพียงแต่เราขาดสติมานาน พอมามีสติเพื่อสอบทานตัวเองก็รู้สึกแปลกใจ - ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกสรรพสิ่งเกิดแต่เหตุ และดับไปเพราะเหตุเสมอ เรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเองอยู่เนือง ๆ เพื่อการตัดสินใจที่เฉียบคม

ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ถ้าความคิดเห็นของคุณคือหนึ่งในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง มันสามารถคาดการณ์ได้จากความคิดเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่เป็น คุณอาจจะนำอุดมคตินึงมา เมื่อคุณคิดได้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณควรคาดหวังต่อตัวคุณเอง แต่บทสรุปของคุณนั้นไม่สามารถคาดการณ์ได้เลย @kevin2kelly" - ความคิดเห็นนึงที่ถูกหยิบขึ้นมา มันเป็นเพียงกระแสและสายใยของสัจธรรม - ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับความจริงได้ แน่นอนว่าความจริงมันเจ็บปวด แต่การไม่ยอมรับความจริงเจ็บปวดมากกว่า - ไม่ใช่ทุกทางจะเป็นทางที่ถูกต้องเสมอไป เราจะต้องสังเกตทิศทางลมให้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรจะเป็นต่อไปจริง - อย่าให้ความคิดเห็นของเราถูกคาดการณ์ได้ทั้งหมด นั่นหมายความว่าการเป็นต่อของชั้นเชิงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด - ทั้งนี้ ยอมรับสิ่งที่เป็นอุดมคติแล้วเดินหน้าต่อไป ไม่มีอะไรที่เราจะต้องกังวลไปมากกว่าความเห็นที่เอามาจากคนอื่น

หนังสือ Poor Charlie’s Almanack: The Essential Wit and Wisdom of Charles T. Munger ของ Charles T. Munger - เมื่อการลงทุนคือการลงมือกระทำ ปรัญชาการลงทุนจึงเป็นกลยุทธ์เพื่อสิ่งนั้นทั้งหมด - จงเรียนรู้สิ่งที่ควรเรียนรู้ ไม่มีอะไรที่เราไม่ควรเรียนรู้เลย โจทย์ใหญ่ก็คือมีอะไรบ้างที่เราควรเรียนรู้ - สติปัญญาของมนุษย์ สามารถสร้างทุกสิ่งมาได้ แต่ก็ย่อมทำลายทุกสิ่งลงไปได้เช่นกัน - ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป มันคือหลักการลงทุนที่เราจะไม่สามารถทำอะไรได้มากในช่วงเริ่มต้น แต่ในระยะยาวเราจะชนะ - ปรัชญาในการลงทุนสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้ทั้งหมด มันอยู่ที่เราเลือกเดินว่าเราควรเดินอย่างไร

มีคนมาปรึกษาว่า แต่งงานกับสามีมาได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ ข้างบ้านชอบถามว่าแต่งงานหลายปีแล้วไม่คิดอยากจะมีลูกเลยเหรอ แต่เราก็มักจะตอบไปว่าไม่ใช่ไม่อยากมีค่ะ แต่โอกาสที่จะมีลูกมันไม่มี เพราะเรากับสามีอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกันแค่นั้นเลย เลิกงานก็มานอนด้วยกันแต่ก็นอนดูซีรีส์ด้วยกัน พอจบก็ต่างคนต่างนอน เราเคยถามเขาว่าทำไมเราต้องขอให้เธอกอดเราด้วย เธอไม่รักเราเหรอ เธอไม่อยากกอดเราเหรอ จริง ๆ มันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่เราคบกันแรก ๆ แล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นไร ก็ยังดีกว่าเจอคนเจ้าชู้ ตอนนี้ความคิดเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ ด้วยความที่อายุเยอะมากขึ้นทุกวัน อยากมีลูกแล้วด้วย จะเลิกก็กลัวโดนว่าเพราะเลือกเองแต่แรก อีกอย่างทางบ้างและข้างบ้านก็ยังมีความคิดที่หัวโบราณอยู่ค่ะ - ความคิดที่เราอยากจะมีลูก ขอให้เราพร้อมจริง ๆ จากคู่ของเราพร้อมด้วยไม่ใช่ความพร้อมจากคนอื่น - แต่ละคู่คบหาต่างกันบางคู่ไม่หวานแต่ยั่งยืนยง แต่บางคู่อาจจะหวือหวาดื่มด่ำแต่ฉาบฉวยไม่จีรัง - สังเกตให้ดี ๆ ว่าชีวิตของเราต้องการอะไร ถ้าเราต้องการความสุขก็ให้รู้ว่าความสงบเงียบคือส่วนหนึ่งของความสุข - บางทีชีวิตก็ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจ นอนนานก็อยากลุก ยืนนานก็อยากเดิน พอเดินนานก็อยากนั่ง สลับกันไปเรื่อย - เบื่ออะไรดูที่ใจของตัวเอง รู้สึกว่ามันนิ่งเกินไปก็ลองแสดงออกไปเอง ไม่ต้องรอให้แฟนทำให้ คนเราไม่ต้องเรียกร้องเพื่อให้ได้มาเสมอไป

ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ถ้าคุณปรารถนาที่จะร่ำรวย จงเป็นคนที่จิตใจดี มันยากที่จะสร้างความมั่งคั่ง เว้นแต่ว่าคุณแก้ไขปัญหาให้ผู้อื่นได้ดีเยี่ยม แต่มันจะยากขึ้นมากถ้าคุณจะไปช่วยคนอื่นแล้วตัวคุณเองไม่ได้น่ารักขนาดนั้น แม้ว่าถ้าคุณสามารถแก้ไขปัญหาโดยปราศจากความน่ารัก คนที่รวยปลอม ๆ มักจะลงเอยด้วยความเป็นยาจกกับความเป็นมิตรภาพเสมอ คุณสามารถซื้อเพื่อน แต่ไม่สามารถซื้อมิตรภาพได้" - ร่ำรวยเงินทองเป็นเรื่องง่าย แต่ร่ำรวยจิตใจเป็นเรื่องที่ยากกว่านั้นมาก - บางคนมีแต่เงิน เงิน และเงินจริง ๆ ก็คือไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย เช่น ความสัมพันธ์ที่ดี หรือทัศนคติที่ยอดเยี่ยม - คนส่วนน้อยจะเรียนรู้ว่าความมั่งคั่งเป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าความร่ำรวยมาก คน ๆ นึงสามารถร่ำรวยได้แต่น้อยคนมากที่จะมั่งคั่ง - ความยั่งยืนจึงเป็นทั้งหมดของทุกสิ่ง เหมือนว่าเราปลูกต้นไม้ใหญ่มาเพื่ออะไร เพื่อตัวเราเองคนเดียวหรือว่าเพื่อผู้คนรอบข้างเราด้วย - ไม่มีอะไรที่จะสลักสำคัญไปมากกว่า จิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว เช่น การช่วยเหลือตัวเองเพื่อพยุงคนอื่นต่อไป เหมือนว่าชีวิตก็เป็นเพียงแค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น

หนังสือ Reversing Alzheimer's: The New Toolkit to Improve Cognition and Protect Brain Health ของ Heather Sandison with Kate Hanley - การย้อนกลับสภาวะอัลไซเมอร์ ก็คือการฝึกฝนตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป - ก่อนจะเป็นอัลไซเมอร์จะต้องเป็นสภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเราจำเป็นจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นมากในการรักษา - แต่ปัญหาย่อมเกิดขึ้นบานปลายมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราไม่ดูแล ความรู้สึกหลังจากที่ปัญหาถาโถมย่อมแย่ลงอย่างแน่นอน - ผู้สูงวัยย่อมปรากฏเห็นเด่นชัดขึ้นตามยุคสมัย อนาคตไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการย้อนกลับมาอีกต่อไป - ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน คาถาป้องกันสภาวะสมองเสื่อม หลายประเทศมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยมากขึ้น เพื่อป้องกันการหลงลืม

มีคนมาปรึกษาว่า แฟนชอบช่วยเหลือที่บ้านจนตัวเองลำบาก สุดท้ายก็จบด้วยการมายืมเรา ควรจัดการยังไงดีคะ พอไม่ได้ก็จะมีคำพูดต่าง ๆ นานา ประชดประชันทำน้อยใจบ้าง เหนื่อยสุด ๆ เลยค่ะ - การช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม แต่เราจะต้องมองย้อนกลับมามองที่ตัวเองเสมอ - ปัญหาของชีวิตส่วนใหญ่ก็คือ เรามักจะไม่ได้สนใจปัญหาเท่าที่ควรจนมันลุกลามไปไกลแล้ว - เหตุต้องตรงกับผลเสมอ ไม่มีอะไรที่จะอยู่เหนือเหตุเหนือผลได้ มันอยู่ที่เราตัดสินใจเสมอ - มันจึงเป็นทางของแต่ละคนที่แตกต่างกัน เมื่อเราเคารพการตัดสินใจเป็นสิ่งที่สำคัญ - ทั้งนี้ ช่วยได้ก็ช่วยแต่ถ้าช่วยไม่ได้ก็บอก เพราะแต่ละคนคิดต่างกัน มันคือความแตกต่างของนิสัย

ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงเคลือบแคลงตัวเอง จิตใจของมนุษย์มักจะคาดการณ์และแน่วแน่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งพลาดเสมอ เรามักจะหลงลืมไปว่า เรารู้สึกอย่างไรที่ผ่านมา เราเลยไม่ได้เรื่องกับการทำนายอนาคตของชีวิตตัวเอง ว่าอะไรนั้นจะทำให้เรามีความสุขในอนาคต เพียงว่าเราประสบปัญหาใหญ่ในการอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง" - อย่าเพิ่งไว้ใจความคิดตัวเองเลยในทันทีทันใด จงสอบทานความคิดทุกกระบวนท่า - คนที่เชื่อตัวเองตั้งแต่ทีแรก หรือชุดความคิดแรก แสดงว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดถึงอนาคตเลย - สังเกตตัวเองให้ได้ว่า การที่เราเชื่อมั่นกับหลงตัวเองนั้นแตกต่างกันตรงจุดไหนบ้าง - ไม่มีอะไรจะขวางกั้นความคิดของเราได้ เราเป็นเจ้าของความคิด แต่บางทีที่มาของความคิดก็มาจากความไม่รู้ - ไม่รู้ไม่ว่า แต่อย่าเอาความไม่รู้ไปบอกกล่าวคนอื่นว่า ชีวิตต้องเป็นไปอย่างไร ทำชีวิตตัวเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะสอนคนอื่นเสมอ

หนังสือ Nexus: A Brief History of Information Networks from the Stone Age to AI ของ Yuval Noah Harari - มนุษย์นั้นมีมากเกินไปแล้ว นั่นจึงเป็นคำตอบว่าเราควรจะหยุดสร้างบางสิ่งแล้วหันมารักษาบางอย่าง - เมื่อถึงจุดนึงของการสร้าง เราจะหยุดสร้างและเริ่มทำลาย การทำลายเป็นกระบวนการที่เราต้องพบเจอ - ลัทธิ ศาสนา รวมไปถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มันจึงเป็นคำตอบว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เราจะทำอะไรก็ได้ - อนาคตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือการเปลี่ยนแปลง มันคือการปรับวิถีเชิงโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง - ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสิ่งที่จะมาเป็นตัวปฏิวัติวงการของการดำเนินชีวิต มุมมอง รวมไปถึงการเงินโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

มีคนมาปรึกษาว่า มีใครเคยเป็นไหม ที่เราเป็นคนใจร้อน ชอบใช้อารมณ์ แล้วปัจจุบันกลายเป็นคนใจเย็นลง ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ บางทีเราพูดจาไม่ดีใส่คนรอบข้างโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย - จากร้อนเป็นเย็น หรือจากเย็นเป็นร้อน ก็เหมือนจากหยินไปหยาง จากหยางไปหยิน - ชีวิตมันเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อเหตุนั้นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ว่ามันบังเอิญ แต่มันเกิดจากการเปลี่ยนเหตุ - แน่นอนมันไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ที่เราจะเปลี่ยนเหตุได้อย่างช่ำชอง ทุกอย่างมันต้องอาศัยความตระหนักรู้เชิงกว้าง - หากมองเรื่องธาตุต่าง ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะปรับธาตุของตัวเองชั่วข้ามคืน เผลอ ๆ เป็นไปไม่ได้ด้วย - การพูดจาไม่ดีใส่คนรอบข้าง เป็นเพราะเราอยากให้คนรอบข้างเข้าใจในสิ่งที่เราคิด รู้สึก และที่เราเป็นแค่นั้นเอง